กล้าที่จะถูกเกลียด...เพื่ออิสระภาพแห่งใจเราเอง
มีท่านผู้ฟังหลายฝากเข้ามาว่าอยากฟังเรื่อง "กล้าที่จะถูกเกลียด" ซึ่งเขียนขึ้นโดยนักเขียนชาวญี่ปุ่น ที่เขียนขึ้นโดยใช้แนวคิดตามคำสอนของ อัลเฟรด แอดเลอร์
ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่จะเล่าไปถึงเนื้อเรื่องในหนังสือ มารู้จักกับ อัลเฟรด แอดเลอร์ กันสักนิดดีกว่าค่ะว่าเขาเป็นใคร ท่านผู้นี้จิตแพทย์และนักปรัชญาชาวออสเตรีย โดยทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักก็คือ ทฤษฎีจิตวิทยาปัจเจกบุคคลหรือจิตวิทยารายบุคคล ซึ่งเขาใช้เป็นแนวทางในการบำบัดรักษาแบบองค์รวม และให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ด้วยการมองว่าบุคคลแต่ละบุคคลนั้นมุ่งแสวงหาความสมบูรณ์แบบและจัดการกับความรู้สึกด้อยของตัวเอง ดังนั้นทฤษฎีของเขาจึงเน้นทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ โดยคำนึกถึงความซับซ้อนและการจัดระบบของแต่ละบุคคคลนั่นเองค่ะ
และนี่เองเป็นที่มาความเชื่อของเขาที่ว่า "คนเรานั้น สามารถที่จะเลือกเปลี่ยนแปลง และมีความสุขมากขึ้นได้ ถ้ามีความกล้า และไม่ต้องไปคิดที่จะคอยเติมเต็มความคาดหวังของใคร" เพราะหลายๆความทุกข์ ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับผู้อื่น ที่ตัวเราเองคอยพยายามทำตามความคาดหวังของคนอื่นจนรู้สึกเป็นทุกข์ไป
อดีต ไม่ใช่ตัวกำหนดอนาคต!!
หลายๆคนที่เชื่อว่า อดีตเป็นตัวกำหนดอนาคต เช่นเด็กที่เกิดมาในครอบครัวหย่าร้าง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเติบโตไปมีชะตาชีวิตแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ถ้าใครที่เชื่อว่าอดีตเป็นตัวกำหนดอนาคต มันจะทำให้เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นขอให้เชื่อว่าเรานี่แหละคือผู้กำหนดอนาคตของตัวเอง และปัจจุบันนี่แหละคือตัวกำหนดอนาคต ปัจจุบันนี้เราเลือกที่จะทำอะไรอย่างไร เพื่อให้อนาคตของเราเป็นไปในแบบไหน ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น
หลักการต่อมาคือ "จงยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ" ถ้าหากคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองแล้วล่ะก็ จงมองหาเป้าหมายที่สำคัญและยึดมั่นเอาไว้" นั่นก็เพราะทุกๆการกระทำของคนเรานั้น ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายหรือจุดประสงค์บางอย่างซ่อนไว้ลึกๆเสมอ เช่นตัวอย่งของเด็กที่ชอบขังตัวเองอยู่ในห้อง เป้าหมายจริงๆของพวกเขาก็ต้อง ต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่สิ่งที่พวกเขาบอกหรือให้เหตุผลก็คือ หวาดกลัวคนข้างนอก
คนเรานั้นมีเป้าหมายในการกระทำ แต่สามารถที่จะหาเหตุผลต่างๆมาอธิบายการกระทำได้เสมอไม่ว่าการกระทำนั้นจะถูกหรือผิด และถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยบางอย่างของตัวเองแล้วล่ะก็ ไม่ว่านิสัยไหน ก็เปลี่ยนได้ ถ้ากล้าพอ!! การที่คนเรายังอยู่ในสภาพเดิมๆ แล้วบอกว่ามีความทุกข์ นั่นก็เป็นเพราะเราเลือกที่จะเป็นทุกข์แบบนั้นเอง...ถ้าหากเราอยากจะมีความสุขจริงๆล่ะก็ เราก็ต้อง "กล้าที่จะมีความสุข" และกล้าที่จะออกมาจากความง่ายๆ ความสบายๆแบบเดิมๆ
หลักการต่อมาก็คือ "ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรานั้น ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นเสมอ"
คนเรานั้นมักจะเป็นทุกข์กับสิ่งนอกตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวคนอื่นเกลียด กลัวคำวิพากวิจารณ์ กลัวน้อยหน้าคนอื่น รู้สึกต่ำต้อยที่ฐานะไม่ดีเท่าเพื่อน อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราลดการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสียได้ ความทุกข์เหล่านี้ก็จะหายไป และเราจะรู้สึกมีอิสระมากขึ้น
-----------------------------------------------------------------------------------
#PsyBabNee | #จิตวิทยา | #สมอง | #การศึกษา | #การเรียนรู้ | #ปัญญา | #อารมณ์ | #ความรู้สึก | #JitFin
-----------------------------------------------------------------------------------
Https://PsyBabNee.Blogspot.com
มีท่านผู้ฟังหลายฝากเข้ามาว่าอยากฟังเรื่อง "กล้าที่จะถูกเกลียด" ซึ่งเขียนขึ้นโดยนักเขียนชาวญี่ปุ่น ที่เขียนขึ้นโดยใช้แนวคิดตามคำสอนของ อัลเฟรด แอดเลอร์
ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่จะเล่าไปถึงเนื้อเรื่องในหนังสือ มารู้จักกับ อัลเฟรด แอดเลอร์ กันสักนิดดีกว่าค่ะว่าเขาเป็นใคร ท่านผู้นี้จิตแพทย์และนักปรัชญาชาวออสเตรีย โดยทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักก็คือ ทฤษฎีจิตวิทยาปัจเจกบุคคลหรือจิตวิทยารายบุคคล ซึ่งเขาใช้เป็นแนวทางในการบำบัดรักษาแบบองค์รวม และให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ด้วยการมองว่าบุคคลแต่ละบุคคลนั้นมุ่งแสวงหาความสมบูรณ์แบบและจัดการกับความรู้สึกด้อยของตัวเอง ดังนั้นทฤษฎีของเขาจึงเน้นทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ โดยคำนึกถึงความซับซ้อนและการจัดระบบของแต่ละบุคคคลนั่นเองค่ะ
และนี่เองเป็นที่มาความเชื่อของเขาที่ว่า "คนเรานั้น สามารถที่จะเลือกเปลี่ยนแปลง และมีความสุขมากขึ้นได้ ถ้ามีความกล้า และไม่ต้องไปคิดที่จะคอยเติมเต็มความคาดหวังของใคร" เพราะหลายๆความทุกข์ ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับผู้อื่น ที่ตัวเราเองคอยพยายามทำตามความคาดหวังของคนอื่นจนรู้สึกเป็นทุกข์ไป
อดีต ไม่ใช่ตัวกำหนดอนาคต!!
หลายๆคนที่เชื่อว่า อดีตเป็นตัวกำหนดอนาคต เช่นเด็กที่เกิดมาในครอบครัวหย่าร้าง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเติบโตไปมีชะตาชีวิตแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ถ้าใครที่เชื่อว่าอดีตเป็นตัวกำหนดอนาคต มันจะทำให้เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นขอให้เชื่อว่าเรานี่แหละคือผู้กำหนดอนาคตของตัวเอง และปัจจุบันนี่แหละคือตัวกำหนดอนาคต ปัจจุบันนี้เราเลือกที่จะทำอะไรอย่างไร เพื่อให้อนาคตของเราเป็นไปในแบบไหน ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น
หลักการต่อมาคือ "จงยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ" ถ้าหากคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองแล้วล่ะก็ จงมองหาเป้าหมายที่สำคัญและยึดมั่นเอาไว้" นั่นก็เพราะทุกๆการกระทำของคนเรานั้น ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายหรือจุดประสงค์บางอย่างซ่อนไว้ลึกๆเสมอ เช่นตัวอย่งของเด็กที่ชอบขังตัวเองอยู่ในห้อง เป้าหมายจริงๆของพวกเขาก็ต้อง ต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่สิ่งที่พวกเขาบอกหรือให้เหตุผลก็คือ หวาดกลัวคนข้างนอก
คนเรานั้นมีเป้าหมายในการกระทำ แต่สามารถที่จะหาเหตุผลต่างๆมาอธิบายการกระทำได้เสมอไม่ว่าการกระทำนั้นจะถูกหรือผิด และถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยบางอย่างของตัวเองแล้วล่ะก็ ไม่ว่านิสัยไหน ก็เปลี่ยนได้ ถ้ากล้าพอ!! การที่คนเรายังอยู่ในสภาพเดิมๆ แล้วบอกว่ามีความทุกข์ นั่นก็เป็นเพราะเราเลือกที่จะเป็นทุกข์แบบนั้นเอง...ถ้าหากเราอยากจะมีความสุขจริงๆล่ะก็ เราก็ต้อง "กล้าที่จะมีความสุข" และกล้าที่จะออกมาจากความง่ายๆ ความสบายๆแบบเดิมๆ
หลักการต่อมาก็คือ "ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรานั้น ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นเสมอ"
คนเรานั้นมักจะเป็นทุกข์กับสิ่งนอกตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวคนอื่นเกลียด กลัวคำวิพากวิจารณ์ กลัวน้อยหน้าคนอื่น รู้สึกต่ำต้อยที่ฐานะไม่ดีเท่าเพื่อน อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราลดการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสียได้ ความทุกข์เหล่านี้ก็จะหายไป และเราจะรู้สึกมีอิสระมากขึ้น
-----------------------------------------------------------------------------------
#PsyBabNee | #จิตวิทยา | #สมอง | #การศึกษา | #การเรียนรู้ | #ปัญญา | #อารมณ์ | #ความรู้สึก | #JitFin
-----------------------------------------------------------------------------------
Https://PsyBabNee.Blogspot.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น