รายงานการสำรวจอันหนึ่งที่ระบุเอาไว้ว่าความกังวลของคนถึง 70% ด้วยกัน ล้วนแล้วแต่กังวลเรื่องเงินๆทองๆกันทั้งนั้น นอกจากนี้แล้วผู้คนส่วนใหญ่ที่ถูกสำรวจยังบอกอีกว่า พวกเขาจะไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินทองเหล่านี้อีกต่อไป ถ้าเพียงแต่พวกเขาจะสามารถหาเงินได้เพิ่มอีก 10% ซึ่งมันก็เป็นความจริงสำหรับหลายๆคน แต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปก็คือ ในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น
เดลได้สัมภาษณ์นักให้คำปรึกษาทางการเงินที่ทำงานให้คำปรึกษาส่วนบุคคลด้านการเงินมาอย่างยาวนานแก่ผู้คน ซึ่งเธอได้บอกว่า "การมีเงินเพิ่มขึ้นไม่ใช่คำตอบของผู้คนส่วนใหญ่ในเรื่องความกังวลเรื่องการเงินแต่อย่างใด แต่ที่จริงแล้ว การมีเงินเพิ่มขึ้นกลับเป็นการเพิ่มรายจ่ายที่มากขึ้นและเพิ่มเรื่องน่าปวดหัวให้มากขึ้นต่างหาก นั่นก็เพราะเรื่องของเรื่องก็คือ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเงินพอ แต่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจวิธีการใช้เงินที่มีต่างหาก"
อย่างที่บอกนะคะ ว่าเธอไม่ได้หมายถึงทุกคนที่ไม่เข้าใจการใช้เงิน แต่เธอบอกว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าใจมันต่างหาก...คนส่วนใหญ่ที่มักจะพูดว่า "คุณไม่เป็นแบบฉัน คุณไม่รู้หรอก" ซึ่งเดลเองบอกว่า เขารู้ดีเชียวล่ะ เพราะเขาเองนี่แหละที่เคยมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก และเคยทำงานใช้แรงงานวันละเป็นสิบชั่วโมง เพื่อแลกกับเงินเล็กๆน้อยๆ และมันก็หมายถึงการที่เขาต้องอยู่ในบ้านซอมซ่อที่ไม่มีห้องอาบน้ำ หรือบางวันน้ำก็ไม่ไหล ต้องอยู่ในห้องนอนที่หนาวๆ ที่อุณภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาก็มี
เขารู้ดีว่าไอ้การต้องใช้วิธีเดินเท้าเพื่อประหยัดเงินไม่กี่เซนต์มันเป็นอย่างไร
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเงินเหล่านี้ สิ่งที่เขาแนะนำก็คือการทำตัวเหมือนกับที่บริษัทต่างๆเขาทำกัน สิ่งนั้นก็คือ การวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า และควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งหลายๆคนกลับไม่ชอบที่จะทำมัน เขายกตัวอย่างเพื่อนเขาคนหนึ่งที่เป็นประเภทได้เงินมาปุ๊บ ก็ใช้ปั๊บ โดยลืมนึกถึงภาระหน้าที่ที่ "จำเป็นจะต้องจ่าย" นั่นก็เพราะความรู้สึกว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋าอยู่ตอนนี้นั่นเอง
แต่ถ้าเรามองตัวเองเป็นเหมือนกับบริษัทที่ต้องดูแลเงินเป็นอย่างดี และรู้ว่าถ้าเราทำอะไรผิดพลาดไป นั่นหมายถึงการล้มละลายแล้วล่ะก็ เราจะทำอย่างไรกับเงินที่มีอยู่ดี
และนี่คือ กฎ 11 ข้อที่ท่านแนะนำมาค่ะ
กฎข้อที่หนึ่ง "จงเขียนข้อเท็จจริงลงบนกระดาษ" ซึ่งสิ่งนี้หมายถึงการตามหารูรั่วของตัวเราเองค่ะ การเขียนค่าใช้จ่ายต่างๆของตัวเองลงไป ลองจดทุกๆอย่างดูค่ะ แล้วพอสิ้นเดือน เราจะรู้ว่า "ที่เงินมันหายไปเพราะอย่างนี้นี่เอง"
กฎข้อที่สอง "จงวางแผนงบประมาณที่เหมาะกับตัวท่าน" การวางแผนงบประมาณนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะต้องตัดขาดความสุขของชีวิตไปแล้วใช้เงินแต่เพียงประหยัดเท่านั้น แต่มันหมายถึงการรู้เท่าทันเงินที่ตัวเองมีอยู่และใช้จ่ายด้วยความรู้สึกปลอดภัยไร้กังวล และถ้าเป็นไปได้ เราควรจะเขียนงบประมาณการเงินของเราลงไปด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุนที่เรามี ทรัพย์สิน หนี้สินต่างๆ เงินเดือนที่ได้ จดลงไปทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ค่ะซึ่งวิธีการก็คือทำต่อจากข้อที่หนึ่ง ด้วยการเขียนรายรับรายจ่ายของตัวเองทั้งหมดเอาไว้ แล้วนำมาพิจารณาทีหลังว่าอะไรที่เป็นรูรั่วของการใช้เงินของเราเอง ว่าอันที่จริงแล้ว ถ้าเราเขียนรายรับรายจ่ายทุกอย่างลงไป พอสิ้นเดือน เราจะมองเห็นอะไรหลายๆอย่างเลยทีเดียว
--------------------------------------------------------
#PsyBabNee | #จิตวิทยา | #สมอง | #การศึกษา | #การเรียนรู้ | #ปัญญา | #อารมณ์ | #ความรู้สึก | #JitFin
--------------------------------------------------------
Https://PsyBabNee.Blogspot.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น